Toggle navigation
โครงการรักษาศีล 5
โรงเรียน
โครงการโรงเรียนรักษาศีล ๕
- หน้าหลักโครงการ
- อธิบายโครงการ
- สื่อชั่วโมงสุขจริงหนอ
- รายงานผล
โครงการสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
- หน้าหลักโครงการ
องค์กร
โครงการสถานประกอบการรักษาศีล ๕
- หน้าหลักโครงการ
- อธิบายโครงการ
- รายงานผล
หมู่บ้าน
โครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕
- อธิบายโครงการ
- สื่อชั่วโมงสุขจริงหนอ
- รายงานผล
สื่อวีดีโอ
ข่าวสาร
บทความ
ติดต่อเรา
หน้าหลัก
โครงการโรงเรียนรักษาศีล ๕
รายงานผล
รายงานผลโรงเรียนในแต่ละรอบปีการศึกษา
วางแผนกิจกรรม
สรุปผลภาพรวม
โรงเรียนภูพระวิทยาคม
ระดับ : 1
สรุปผลดำเนินงาน
พฤติกรรมอะไรที่ดีขึ้น หลังทำ 7 กิจวัตรความดี
มีความรับผิดชอบมากขึ้น – นักเรียนทำหน้าที่ของตนเอง เช่น ทำการบ้าน ส่งงาน และช่วยงานที่ได้รับมอบหมาย มีระเบียบวินัยในตนเอง – รู้จักตื่นนอนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย และปฏิบัติตามกฎของโรงเรียน มีน้ำใจและช่วยเหลือผู้อื่น – ช่วยเพื่อน ช่วยครู และช่วยงานในบ้านมากขึ้น พูดจาสุภาพ อ่อนน้อม – ใช้คำพูดที่เหมาะสม เช่น คำว่า ขอบคุณ ขอโทษ และพูดจาไพเราะ มีความซื่อสัตย์ – ไม่โกหก ไม่ลอกการบ้าน และยอมรับความผิดของตนเอง รู้จักควบคุมอารมณ์ – ใจเย็นขึ้น ไม่ทะเลาะหรือใช้ความรุนแรงกับเพื่อน มีจิตสาธารณะ – รักษาความสะอาด เก็บขยะ และช่วยดูแลสิ่งของส่วนรวม
เรื่องราวดี ๆ ที่เกิดขึ้นจริงในห้องเรียนนี้ (3 เรื่อง)
เรื่องราวดี ๆ ที่เกิดขึ้นจริงในห้องเรียนนี้ (หลังทำ 7 กิจวัตรความดี) 1. เพื่อนช่วยเพื่อนในการเรียน มีนักเรียนคนหนึ่งเรียนบางวิชาไม่ค่อยเข้าใจ เพื่อนในห้องจึงอาสาช่วยอธิบายบทเรียนให้หลังเลิกเรียน ทำให้เพื่อนคนนั้นเข้าใจบทเรียนมากขึ้นและมีผลการเรียนที่ดีขึ้น บรรยากาศในห้องเรียนจึงเต็มไปด้วยความช่วยเหลือกัน 2. นักเรียนช่วยกันรักษาความสะอาดห้องเรียน หลังจากทำกิจวัตรความดี นักเรียนหลายคนเริ่มช่วยกันเก็บขยะ จัดโต๊ะเก้าอี้ และดูแลความสะอาดของห้องเรียนโดยไม่ต้องให้ครูเตือน ทำให้ห้องเรียนสะอาดและน่าอยู่มากขึ้น 3. นักเรียนกล้ายอมรับความผิดและขอโทษกัน มีเหตุการณ์ที่นักเรียนสองคนเข้าใจผิดและมีปากเสียงกัน แต่หลังจากได้เรียนรู้เรื่องการทำความดีและการควบคุมอารมณ์ ทั้งสองคนได้มาพูดคุยกันและกล่าวขอโทษกัน ทำให้กลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอีกครั้ง สรุป: เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การปฏิบัติ 7 กิจวัตรความดี ช่วยให้นักเรียนมีน้ำใจ มีวินัย และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในห้องเรียน.
ปัจจัยที่ทำให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จ
ปัจจัยที่ทำให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จ การมีส่วนร่วมของนักเรียน นักเรียนให้ความร่วมมือและตั้งใจปฏิบัติตามกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ การดูแลและติดตามของครู ครูคอยแนะนำ กระตุ้น และติดตามพฤติกรรมของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนจากผู้บริหารโรงเรียน ผู้บริหารให้ความสำคัญและสนับสนุนการจัดกิจกรรมอย่างจริงจัง ความร่วมมือจากผู้ปกครอง ผู้ปกครองช่วยส่งเสริมและปลูกฝังพฤติกรรมที่ดีให้กับนักเรียนที่บ้าน กิจกรรมที่เหมาะสมและปฏิบัติได้จริง กิจกรรมมีความชัดเจน เข้าใจง่าย และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ การให้กำลังใจและชื่นชม การชมเชยหรือให้รางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้นักเรียนมีกำลังใจในการทำความดีอย่างต่อเนื่อง สรุป: ความสำเร็จของการดำเนินงานเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ได้แก่ ครู นักเรียน ผู้บริหาร และผู้ปกครอง รวมทั้งการติดตามและส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง.
ความท้าทายหรืออุปสรรคที่พบในการดำเนินงาน
อุปสรรคสำคัญคือความแตกต่างของนักเรียน เวลาในการดำเนินกิจกรรม และการติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากครู ผู้ปกครอง และนักเรียนร่วมกันแก้ไข.
สิ่งที่ครูรู้สึก…เมื่อเห็นเด็กทำกิจวัตรความดีได้จริง
ครูรู้สึก ดีใจและภูมิใจที่ได้เห็นนักเรียนสามารถนำกิจวัตรความดีไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน นักเรียนมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น เช่น มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ และมีน้ำใจต่อเพื่อน ทำให้บรรยากาศในห้องเรียนดีขึ้นและนักเรียนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข นอกจากนี้ยังทำให้ครูมีกำลังใจในการส่งเสริมและปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้กับนักเรียนต่อไป.
สิ่งที่ครูได้เรียนรู้จากการทำโครงการฯในระดับห้องเรียน
สิ่งที่ครูได้เรียนรู้จากการทำโครงการในระดับห้องเรียน การปลูกฝังคุณธรรมต้องทำอย่างต่อเนื่อง ครูได้เรียนรู้ว่าการสร้างพฤติกรรมที่ดีให้กับนักเรียนต้องอาศัยการฝึกฝนและทำซ้ำอย่างสม่ำเสมอ จึงจะเกิดเป็นนิสัยที่ดีได้ การเป็นแบบอย่างที่ดีของครูมีความสำคัญ นักเรียนมักเรียนรู้จากการสังเกตพฤติกรรมของครู ดังนั้นครูต้องประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งคำพูดและการกระทำ การให้กำลังใจช่วยเสริมแรงพฤติกรรมที่ดี การชมเชยหรือให้กำลังใจเมื่อนักเรียนทำความดี ทำให้นักเรียนมีแรงจูงใจและอยากทำความดีต่อไป การมีส่วนร่วมของนักเรียนทำให้กิจกรรมประสบความสำเร็จ เมื่อนักเรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม นักเรียนจะเกิดความภาคภูมิใจและตั้งใจปฏิบัติกิจกรรมมากขึ้น ความร่วมมือจากผู้ปกครองช่วยเสริมการพัฒนาเด็ก เมื่อผู้ปกครองร่วมส่งเสริมพฤติกรรมที่ดีที่บ้าน จะช่วยให้นักเรียนพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง สรุป: ครูได้เรียนรู้ว่าการพัฒนาพฤติกรรมและคุณธรรมของนักเรียนต้องอาศัยความร่วมมือจากครู นักเรียน และผู้ปกครอง รวมถึงการปลูกฝังอย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน.
เสียงสะท้อนของนักเรียนในห้องเรียนที่ได้ร่วมโครงการฯ
นักเรียนหลายคนบอกว่า การทำกิจวัตรความดีช่วยให้ตนเองมีระเบียบวินัยมากขึ้น เช่น ตื่นเช้า ตรงต่อเวลา และทำการบ้านสม่ำเสมอ นักเรียนรู้สึกว่า บรรยากาศในห้องเรียนดีขึ้น เพื่อนช่วยเหลือกันมากขึ้น ทะเลาะกันน้อยลง นักเรียนบางคนสะท้อนว่า รู้สึกภูมิใจเมื่อได้ทำความดี และเมื่อได้รับคำชมจากครูหรือเพื่อนก็ทำให้มีกำลังใจในการทำความดีต่อไป นักเรียนเห็นว่ากิจกรรมนี้ ช่วยให้รู้จักการควบคุมอารมณ์และมีน้ำใจต่อผู้อื่นมากขึ้น นักเรียนหลายคนต้องการ ให้มีการทำกิจกรรมแบบนี้ต่อไป เพราะช่วยให้ห้องเรียนมีความสุขและน่าเรียนมากขึ้น สรุป: นักเรียนส่วนใหญ่มีความคิดเห็นเชิงบวกต่อโครงการ และเห็นว่าการทำกิจวัตรความดีช่วยพัฒนาพฤติกรรมของตนเองและทำให้การอยู่ร่วมกันในห้องเรียนดีขึ้น.
ความคิดเห็นจากทางบ้าน ที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของเด็ก
ผู้ปกครองสังเกตว่า เด็กมีความรับผิดชอบมากขึ้น เช่น ช่วยงานบ้าน เก็บของใช้ของตนเอง และทำการบ้านเป็นประจำ ผู้ปกครองเห็นว่า เด็กมีมารยาทดีขึ้น พูดจาสุภาพ รู้จักกล่าวคำว่า ขอบคุณ และขอโทษ เด็กมี ระเบียบวินัยมากขึ้น เช่น ตื่นนอนตรงเวลา และเตรียมอุปกรณ์การเรียนด้วยตนเอง ผู้ปกครองบางคนสะท้อนว่า เด็กมีน้ำใจและช่วยเหลือคนในครอบครัวมากขึ้น ผู้ปกครองรู้สึก ดีใจและชื่นชมกิจกรรมของโรงเรียน ที่ช่วยปลูกฝังพฤติกรรมที่ดีให้กับเด็ก สรุป: ผู้ปกครองส่วนใหญ่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีของนักเรียน ทั้งด้านความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย และมารยาทในการใช้ชีวิตประจำวัน.
ความคิดเห็นจากผู้บริหารโรงเรียน
ผู้บริหารโรงเรียนมีความคิดเห็นว่าโครงการนี้เป็นกิจกรรมที่ช่วย ส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมให้กับนักเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม นักเรียนมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น เช่น มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ และมีน้ำใจต่อผู้อื่น ส่งผลให้บรรยากาศในห้องเรียนและโรงเรียนมีความเรียบร้อยและน่าอยู่มากขึ้น นอกจากนี้ ผู้บริหารยังเห็นว่า การดำเนินโครงการในระดับห้องเรียนเป็นแนวทางที่ดี เพราะครูสามารถดูแลและติดตามพฤติกรรมของนักเรียนได้อย่างใกล้ชิด และหากดำเนินการอย่างต่อเนื่องจะช่วยพัฒนานักเรียนให้เป็นคนดี มีคุณภาพ และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข.
แนะนำโรงเรียนของคุณ
เขียนแนะนำโรงเรียนของคุณ
โรงเรียนภูพระวิทยาคมมีมาตรฐานการศึกษา พัฒนาเยาวชนบนพื้นฐานความเป็นไทยและพอเพียง สะอาดน่าอยู่ ภูมิทัศน์สวย มารยาทดี มีจิตอาสา ยิ้มไหว้ทักทายเเต่งกายเรียบร้อย ตั้งอยู่ภายในบริเวณอารยธรรม100ปี มีโบราณสถานเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน คือพระเจ้าองค์ตื้อ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ รูปปั้นเกะสลักดด้วยมือสมัยโบราณ อายุอยู่ในราวศตวรรษที่ 18-19 ผู้มาเยือนตั้งจิตอธิษฐานขอให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ ขอบันดาล ให้สำเร็จ ทั้งด้านการงาน การเงิน หรือว่าขอบุตร-ธิดา ก็สมหวังดั่งใจปราถนา
URL วิดีโอการแนะนำโรงเรียน 3 นาที
https://www.youtube.com/watch?v=xMJYuSR8TTQ